สอบ...ลอก.....จัดไป!!!

posted on 19 Feb 2010 16:47 by janeylove

         เมื่อวันเสาร์-ทิตย์ ที่ผ่านมา ข้าพเจ้ามีสอบ Final ที่มหาวิทยาลัย 

ซึ่่งเป็นการสอบของนักศึกษาภาค กศ.บป. (การศึกษาบั้นปลาย...เอ้ย!!!...การศึกษาสำหรับบุคคลทั่วไป)

นักศึกษาส่วนใหญ่ทำงานกันหมดแล้วส่วนใหญ่เป็นข้าราชการด้วย เอาเวลามาเรียนปรับวุฒิ

ช่วงเสาร์-อาทิตย์ กัน

          ก่อนหน้านั้นอาทิตย์นึง ข้าพเจ้าได้อ่านทำความเข้าใจ และทำแบบฝึกหัดมาแล้วหลายรอบ

จนมั่นใจเล่นเอานอนตีหนึ่งตีสองทุกวัน .....เข้าห้องสอบมิมีทางพลาดแน่........ฮุ.....ฮุ

           ก่อนสอบข้าพเจ้าก็สรุปเทคนิคและวิธีการทำข้อสอบ เพื่อติวให้เพื่อนๆ เตรียมตัวเข้าสอบ

ในวิชาการบัญชีชั้นสูง เนื่องจากเพื่อนๆ ขอร้องมา(ลืมบอกว่าวิชานี้ข้าพเจ้าคะแนนดีที่สุด...แฮะ ๆ)

ซึ่งยากมาก.......ก......ก............ ติวกันที่ห้องพัก กว่าจะลากเพื่อนๆ ให้มาติวกันได้ก็ช่างยากเย็นเสียเหลือเกิน

รวมตัวเริ่มติวกันได้ก็ปาเข้าไปสามทุ่ม  ติวกันจนห้าทุ่ม ครั้นจะติวต่อพวกมันก็บ่นอุบกันเสียแล้ว

ขอพักกันอย่างเดียว ....อิดออดจนติวไม่จบจนได้...........มีแนวข้อสอบบางส่วนที่ข้าพเจ้ายังจำวิธีการทำไม่ได้

ก็ต้องอ่านและทำความเข้าใจอีกหน่อยเผื่อตอนเช้าเพื่อนๆ มีข้อสงสัย

          จนรุ่งเช้าสอบเวลาประมาณ สี่โมงครึ่ง เพื่อนๆ ในกลุ่มก็มากันแบบจวนเจียนเข้าสอบ .....ต่างก็นัดแนะกัน

"เฮ้ย......เปิดให้ลอกมั่งนะ"  ......ไม่มีใครสงสัยถามเรื่องแนวข้อสอบที่ติวไม่จบมั่งเลย..........

ไอ้เราก็ไม่ว่าอะไร....เพราะเคยบอกพวกมันไปแล้วว่าข้าไม่ชอบคนลอกข้อสอบในห้อง  

ถ้าพวกเอ็งสามารถลอกได้.....ลอกได้เท่าใด ก็ลอกไป ตามความสามารถของเจ้าเถิด

แต่ขอร้อง.............อย่าเรียก..........เพราะข้ามิอยากสนับสนุนสิ่งที่ไม่ดี ไม่ถูกต้อง

(แบบว่าเป็นคนรักความยุติธรรม.....ขนาดสะพานลอย....ยังต้องข้ามแล้วกระไรกะการสอบ)

          ก็คุยกันเล่นๆ คิกๆ คักๆ กันไป

จนเวลาสอบมาถึง..............ข้าพเจ้าก็นั่งทำไป  อาจารย์คนผู้สอนวิชาบัญชีอีกวิชาในภาคเรียนนี้เป็นผู้

คุมสอบ .....แกเห็นคนลอกกันแกก็เฉย ไม่ว่ากล่าวอะไร เพราะเห็นว่าวิชานี้มันยาก

แกก็แวะถามเพื่อนเราที่นั่งข้างๆ  ด้วยความหวังดีว่า  "ทำได้มั้ย??....หนู"  

ไอ้เพื่อนเราก็ตอบ "ไม่ได้ค่ะอาจารย์...........หนูจำตอนตัดบัญชีไม่ได้"

อาจารย์ก็..."งั้นอาจารย์อนุญาตให้ถาม" แล้วแกก็เดินทำไม่รู้ไม่เห็นไปที่อื่น

...."เจนนี่.....เจนนี่................"

 

.......................มาแว้ว................มาแว้ว.................งานเข้า.....................

 

"ขั้นตอนการตัดบัญชีเริ่มยังงัยอ่ะ....เจนนี่"

 

.............เราก็ทำตาขมึงใส่....บอกน่ะบอกได้.....แต่ขอด่ามันก่อน.............. 

พอกะลังจะเอ่ยปากด่า "......ก็ติวให้แล้ว...แล้วทำไม......."      ..........จะพูดต่อว่า ทำไมเอ็งไม่ทวนก่อนสอบ

มันก็ดันพูดแทรกมาแถมทำหน้างอน ......"เค้าไม่บอก" พร้อมสะบัดหน้าไปบอกกะเพื่อนข้างหลังอีกคน

 

น่าน...............กรูผิดใช่มั้ยเนี่ย???????........................ 

เท่านั้นแหละ...........ขึ้นเลย........มันขึ้น...........อารมย์ขึ้นน่ะขอรับ

อีสาาาด...................ทำหน้าเป็นตูดแบบนี้....มรึงอย่าหวังว่ากรูจาบอกเลย........ไอ้เห่ย์

 

พออาจารย์คนเดิมเดินมาอีก....แกก็แวะถามเพื่อน(เวร) คนนั้น  "ทำได้ยัง??"

"เค้าไม่บอก"....................เพื่อน(เวร) กล่าว พร้อมมองค้อนมาทางข้าพเจ้า 

ไอ้อาจารย์ก็หันมาทางข้าพเจ้าพร้อมถามว่า  "แล้วทำไมเอ็งไม่บอกเค้าหล่ะ"

.............ขณะนั้นของกะลังขึ้นไม่พอใจอาจาร์ยที่ปล่อยให้ลอกด้วย..........จึงตอกอาจารย์ไปว่า..........

"ก็หนูติวให้เค้าแล้วอ่ะจาร์ย..............คนเรามีเวลาเท่ากัน......ทำกรรมใดมาก็จงรับผลกรรมนั้นไป

ไม่ถูกงะอาจาร์ย"

................อาจาร์ย์ดันมีย้อน..............................

"ก็ในชีวิตจริง......มันทำแบบนั้นไม่ไ้ด้หรอก"....ทำท่าทุบหัวข้าพเจ้าประกอบ........

"งั้นคะแนนที่เธอสอบวิชาอาจาร์ยเมื่อวาน อาจาร์ยให้แค่ครึ่งเดียว......เอามั้ยล่ะ

 

...........ได้ยินเยี่ยงนั้น.....อารมย์ยิ่งปรี๊ดหนัก.................

"อาจารย์จะทำอย่างนั้นก็ตามสบายอาจารย์"............พร้อมมองหน้าท่านอาจารย์(แบบตาเขียว..ไร้แล้วซึ่งความศรัทธา)

............ณ ตอนนั้น......ข้าพเจ้ายังทำข้อสอบไม่เสร็จดีนัก.............ก็พยายามสงบอารมณ์

ทำข้อสอบต่อไป.........ให้เสร็จให้เร็วที่สุด..........เพราะเกรงจะคุมอารมณ์ตนเองมิได้

สอบเสร็จก็รีบส่งโดยพลัน ออกไปสงบจิตสงบใจที่ห้องสมุด(ปกติจะรอเพื่อน)

 

นั้งสงบใจ...........อ่านหนังสือวิชาที่จะสอบต่อไปไม่รู้เรื่องเลย

 

ไม่เข้าใจ..............ทำไมสมัยนี้..............ห้องสอบมันไม่ศักดิ์สิทธิ์ขนาดนี้เลยเหรอ

ตอนเรียนที่ราม......ไม่เห็นจะเป็นถึงขนาดนี้...........มันมีความศักดิ์สิทธิ์กว่านี้เยอะ

พวกเพื่อนๆ มันคงเห็นว่าเราเป็นคนเห็นแก่ตัวไปเสียแล้ว........................แล้วที่กรูอดหลับอดนอน

อ่านหนังสืนจนตีหนึ่ง ตีสองหล่ะ...............แล้วพวกมรึงหล่ะ....

......................คิดให้ดี.........ใครกันแน่ที่เห็นแก่ตัว...................อยากได้คะแนนดีแต่ไม่ลงทุน..........

 

แล้วถ้าตอนนั้น.......เราบอกมันไป...........แล้วเพื่อนที่อดหลับอดนอนอ่านหนังสือมาหล่ะ..........

มันจะคิดว่าเราเห็นแก่พวกพ้องมั่งรึ๊เปล่า................ที่ให้คนที่ไม่อ่านหนังสือได้คะแนนเท่าคนอ่านหนังสือ

..................ถ้างั้นให้ลอกแม่งทั้งห้องเลยดีมะ????........................

...........................น่าจะบอกอาจาร์ยไปอย่างนี้นะเนี่ย......เอาให้ผ่านแม่งทั้งห้อง......................

 

ที่เล่ามานั้นล้วนเป็นเรื่องจริง  ไม่ใช้สลิง ไม่ใช้ตัวแสดงแทนแต่อย่างใด

สังคมไทยมันเป็นแบบนี้เหรอ.........สิ่งผิดๆ ทำตามกันจนกลายเป็นถูก...........

........สิ่งที่เราทำถูก กลับเห็นว่าแปลกแยก...ไม่เข้าพวก ไม่ถูกต้อง.........สังคมนี้ช่างแปลกแท้..........

อาทิตย์นี้ปิดเทอม......ก็ยังไม่เท่าไหร่..............

เปิดเทอมต้องกลับไปเจอหน้าพวกเพื่อน(เวร)นี้สิ........ตรูจะทำหน้ายังงัยเนี่ย

 

ที่แน่ๆ..............ฟันธงไปเลยว่า........มันไม่ใช่ "เพื่อน" แล้วหล่ะ.............เป็นแค่ "คนรู้จัก" ซะแล้ว

ครั้นจะคบคนอย่างนี้เป็นเพื่อนต่อก็ทำใจมิได้...........มีเืพื่อนเยอะแต่พากันไปในทางที่แย่....

.ก็สู้มีเพื่อนน้อยแต่ชวนกันทำสิ่งที่ถูกต้อง มิดีกว่าฤๅ...........จริงป่ะ

 

ปล.พอคิดถึงเรื่องนี้ทีไร.....เราน้ำตาไหลทุกที............สงสัยเป็นเพราะเห็นความอยุติธรรม

ที่เกิดจากท่านอาจารย์ผู้คุมสอบกระมัง ...............ทำตัวไม่เหมะสมเอาเสียเลย ..แย่...แย่......

ถ้าเป็นอาจารย์ด้วยกัน.....แม่ง...จะชกหน้าให้............ 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

เรื่องเก่าไปหน่อย...ไม่ว่ากันนะ

ก็มันโหลดรูปเต็มโควต้านี่......เลยต้องรอมาเขียนเดือนนี้   

เรื่องมีอยู่ว่า.........วันอาทิตย์ตอนขึ้นรถขากลับจากเมือง ขณะสลึมสลือเคลิ้มจะหลับไม่หลับแหล่ 

พลันสายตาเจ้ากรรมดันเหลือบไปเห็นป้ายเขียนว่า POTATO แล้วก็ เอ็ม เอ็ม อะไรบางอย่าง

เอ๋????!!! .....คอนเสริ์ต เอ็มร้อยห้าสิบ  วัน.....วันไหนหว่า.......21  

กุมภา รึ๊ว่า มกราฟะ????  อันตัวเรานี้เป็นแฟนเพลง โปเตโต้ เต็มขั้น

     ว่าแล้วตอนเช้าตื่นมาทำงาน ด้วยความข้องใจ เลยเสริจหาจากเน็ทว่าคอนเสริ์ต

เอ็ม-150 มันเดือนอะไรกันแน่

...........................................อ้าว...................................

เห่ย์แล้ว......เดือน มกราคม วันที่ 21 มกรา  ....ก็วันนี้นี่หว่า

 

ว่าแล้วก็ชักชวนเพื่อนๆ ที่ทำงาน  .......อุเหม่....มิมีผู้ใดไปกะเราเลย

 ............โถ.......พวกไม่มีบุญญา..........................

โทรหาเพื่อนที่ตัวเมืองคอนหวัน.....นัดมันซะเลย

ตกลงกันแล้วเจอกันเย็นนี้...................

เลิกงานก็ขึ้นรถตรงดิ่งเ้ข้าเมืองไปบัดดล

ค่าเข้างาน 70 บาท ได้เอ็ม มากินฟรี 1 ขวด ....แต่ถ้าซึ้อบัตร 80 บาท

ได้เอ็มแม็กซ์ 2 ป๋อง แถมยังได้เอ็มขวด อีก 1

งั้นเลือก 80 ซิขอรับ .....คุ้มก่า.........ฮุ ...ฮุ......... 

เก็บภาพบรรยากาศในงานมาให้ดูขอรับ

เข้าไปยืนรอตั้งแต่ทุ่มครึ่ง....กว่าจะแสดงกันได้ก็ปาเข้าไป สามทุ่มครึ่ง......แม่เจ้า.....

ตอนเข้าไป....คนตรวจบัตรหาว่าข้าพเจ้าเป็นคนญี่ปุ่นด้วยแหละ......เฮ่อ หน้าตาอินเทรนด์ก็เงี้ย

ทำงัยได้ อะใช่....ขอบอกว่ายืนชิดติบขอบเวทีเลยขอรับงานนี้

 

ประเดิมเปิดงานด้วยวง POTATO  โอ้วเย่!!!  กรี๊ด.....กรี๊ด............I love you. จุ๊บ จุ๊บ

 

ต่อกันด้วย Big Ass ก้อมันเหมือนกันนะ..............ชอบ ...ชอบ.......

 

ต่อกันที่ ป้าดา.............แสดงได้สุดมันแถมกันเองสุดๆ คนนี้......คอนเฟิร์ม 

สุดท้ายปิดฉากความมันด้วย Body Slam ให้ตายดิ้นเหอะ แต่งตัวออกมาตอนแรกนึกว่าพี่แอ๊ดคาราบาว

.......ทีแรกนึกว่าคนมากันน้อย  เพราะตัวเตี้ย แถมยืนติบขอบเวที .....แต่พอกล้องซูมไปด้านหลังเท่านั้นแหละ

แม่เจ้า มากันเป็นฝูง

     คอนเสิร์ตสุดมัน ....คุ้มค่า.....ราคาแค่ 80 .......สุดยอดจิงๆ

     นึกถึงตอนไปดูคอนเสิร์ต โปเตโต้กะนังชะนีอึดเมื่อเดือน มิ.ย. ค่าบัตรตั้ง 900

แถมนั่งซะห่างลิบ...........................................แม่ง.................................

      ปีหน้าถ้ามาจัดที่คอนหวันอีก ....ก็จะไปอีก........ให้ได้เลย.......

ขอบคุณ ท่านเอ็ม-150 จิงๆ  ที่กรุณา........ขอบคุณมากๆ ขอรับ 

จุ๊บ..........จุ๊บ................. 

 

 

 

 

เมื่อวันที่ 4-6 ธันวาที่ผ่านมา.....ข้าพเจ้าได้ไปแอ่วเจียงฮายมาเจ้า

 ขึ้นรถไปกะแบ้งค์เค้า.....นอนยาวตลอดคืน  มาถึงเชียงรายราวตี 4 ครึ่ง

อากาศแม่ง.....โค..ตะ..ระ...หนาว

ว่าแล้วก็ทำตามแผน......ฮุ...ฮุ

มากะแบ้งค์ก็จิง.....แต่ข้าชอบอะไรที่ convers ทางครายทางมัน

พวกคนแก่ก็เที่ยวกันไป ....ข้าพเจ้าขอทำอะไรที่มิเหมือนผู้ใดดูบ้าง

แบบว่าชอบอะไรที่ไม่เหมือนใคร......ไม่มีใครเหมือน.....และไม่มีใครอยากเหมือน

แวะกินข้าวเช้ารสจึดชึดที่โรงแรม (กินมังอยู่แหรกอะไรไม่ค่อยได้)

 

แผนแรกคือ....เข้าตัวเมืองเชียงราย....ว่าแล้วก็ขอติดรถน้องที่มีบ้านอยู่ในเมืองเข้าไปซะเลย

เป้าหมายแรก......คือร้านกาแฟเพื่อชีวิต....ฮุ...ฮุ ....แบบว่าเคยไปกินมาแล้วครั้งนึง

เลยติดใจอยากไปถ่ายรูปลงบล็อกซะหน่อย อ่ะ...ร้านนี้ ถ้าใครwant ฟังเพลงเพื่อชีวิต

ก็บอกเจ้าของร้านผมยาวได้.....ถ้าว่างเค้าจะจัดให้ตามคำขอ 

 อ้อ....เมนูแนะนำ กาแฟโบราณ...ไข่กะทะ...ขนมปังปิ้ง......ขอบอกว่าขายดีมาก ใครมาเชียงรายแล้ว

ไม่ได้มาลองก็เหมือนมามิถึงเน้อ

 กินเสร็จแผนต่อไปคือ ...เช่าจักรยานปั่นรอบเมือง..ระหว่างทางผ่านหอนาฬิกาที่ท่านอาจารย์เฉลิมชัยออกแบบด้วย.....งามแต้

 ร้านจักรยานเช่าอยู่แยกสลี....จำง่ายๆว่าข้างๆ ธนาคารกสิกร

ค่าเช่าจักรยาน 80 บาทตลอดวันชื่อร้าน แฟล็ทฟรี คร๊าบผม....อย่าลืมเอาใบขับขี่ไปแลกด้วยนร้า

หน้าตารถจักรยานที่เช่ามาออกสีเขียว ๆ ฟ้า ๆ ......ถ่ายไว้เป็นหลักฐาน กันหายซักหน่อย

ที่แรกที่พาเจ้าตานีมา (ชื่อจักรยาน) ก็คือที่

เสาหลักเมืองเจียงฮาย....จะว่าไปที่เชียงรายนี่เดินทางในเมืองค่อนข้างลำบาก

เพราะไม่มีชื่อถนนติดให้ดูซักเท่าไหร่......ที่เสาหลักเมืองนี่ก็ปั่นหลงมานะเนี่ย

เพิ่งรู้ตอนเดินรอบวัดแล้ว.....ว่าวัดนี้ชื่อ"วัดกลางเวียง".......แม่เจ้า

วัดกลางเวียง.....เข้าข้างในบ่ได้.....เสียใจ๋โตยเน้อ

 หลังจากที่ปั่นวนซ้ายผ่านตลอด.....มาเรื่อยๆ....ก็ชักผิดแผนซะแร้วเลยถามผู้คนแถวนั้น

โดยตั้งเป้าหมายคือวัดพระแก้ว.....พอดีอ่านมาจากเน็ท.....เค้าแนะนำให้มาเที่ยววัดนี้

ว่าแล้วก็ได้ความ..."อีน้องก็ตร้งไป๋ก่ะ เจอสี่แยกก็ตร้งไป๋...เจอสี่แยกอีกก็ตร้งไป๋...ผ่านสถานีตำรวจก็เลี้ยวซ้ายก่ะ"

.............................................

โอเช....ได้ความ กล่าวขอคุณ แล้วก็ปั่นต่อไป....ระหว่างทางเจอศาลากลางจังหวัดเดิมของจังหวัด

เลยแวะชักรูปหน่อย

 จากนั้นก็ปั่นต่อไปตามทางเรื่อยๆ อ่านจากเน็ทมันบอกว่าใกล้ๆ วัดพระแก้วมีร้านอาหารเจว่อย

ฮุ...ฮุ......รอดตายแน่แร้ว.....แต่ระหว่างทางก็เจอวัดพระสิงห์ซะก่อน..เห็นชื่อมันคุ้นๆ เลยแวะอีก

เข้าไปดูแล้วก็คุ้ม...ติด 9 วัดสำคัญ ของจังหวัดเชียงรายเชียว มีนักท่องเที่ยวเข้ามากันเยอะพอดู

ด้านในวัดพระสิงห์

ประตู......ช่างงามแต้...........

ที่มาของชื่อ.......วัดพระสิงห์

อ้าว!!!.....เวร..........ร้านเจ เจือกปิด!!!!

และแล้ว........ฮา..ฮ่า......ก็ถึงจนได้........เป้าหมายของเรา

..............."วัด...พระ....แก้ว"...................

 

สถานที่นี้..เดิมเป็นที่ตั้งของพระแก้วมรกต องค์เดียวกับที่อยู่วัดโพธิ์..กรุงเทพฯนั่นเอง

เค้าสร้างรูปจำลองขึ้นมาตั้งไว้ ณ ที่เดิมเพื่อฉลองศัรทธาประชาชน

 

ภายในสร้างเป็นแก้วสีเขียว...แสงลอดส่งประกายเข้ามา......โอ้ววววว.....ช่างงดงาม

 

ดอกไม้.............พอดียืมไอ้ขนอน (แคนนอน) ของน้องชายมา....รุ่นโปรเลยลองซะ

 แผนต่อไป......วัดงำเมือง......เห็นประวัติบอกว่าเป็นวัดที่เก็บกระดูกของพระเจ้าเม็งรายมหาราช

แน่นอน.....มันต้องสำมะคัญ.....ต้องไป...นึกว่าจะไกล....อยู่หลังวัดพระแก้วนั่นแหละขอรับ

เดินขึ้นเนินเขาทะลุประตูด้านหลังของโรงเรียนไปก็เจอทางขึ้นแล้ว

 

เดินขึ้นบันได หนึ่งหอบ....ก็ถึงขึ้นมาก็คุ้มค่า....เพราะได้มาไหว้ท่านพ่อขุนเม็งรายอย่างใกล้ชิด

ขอบอกว่า....คนเชียงรายบางคนยังไม่รู้จักวัดนี้เลย.....หึ...รู้สึกภูมิใจยังงัยไม่รู้ฮิ

สถูปเก็บกระดูกขอรับกระผม

 

ลองถ่ายเล่นๆ......งามดิ 

 

ตอนแรกนึกว่าเป็นเสาปูนครับ.....ที่ไหนได้.....ไม้ล้วนๆ ฝั่งละ 4 ต้น บันทึกเรื่องราวของพ่อขุนเม็งราย

 เป้าหมายต่อไป.............นมัสการพระธาตุดอยทอง

ถามคนแถวนั้น.."เอ่อ....ไม่ทราบพระธาตุดอยทองไปทางไหนคะ?? "

"พระต๊าดดอยต๋องนิ??"  ดอยตง ดอยตอง รายฟะ.........

"เอ่อ......ไม่ใช่ค่ะ...พระธาตุดอยทอง ค่ะ" 

"พระต๊าดดอยต๋อง......."  .........เอ้!!?? ...อีนี่....มันกวนอะป่าวเนี่ย ฟังภาษาไทยไม่รู้เรื่องงั๊ย

".......พระ ธาตุ ดอย ทอง  ......ค่ะ"    พยายามเน้นย้ำ 

 "ก็พระต๊าดดอยตองอ่ะก่ะ......ขึ้นบันได๋ด้านนี้..ก็ถึงแล้วเน้อ"

.........ก็....เข้าใจ.....ที่แท้....ไอ้ดอยตอง ดอยตอง นี่ก็  ดอยทอง นี่หว่า......แม่ง....โง่ตั้งนาน

อุปสรรคด้านภาษาจิงๆ

ว่าแล้วก็ขึ้นไป......ทางแม่ง ...โค..ตะ..ระ....น่ากลัว

 

 

และแล้ว....พระต๊าดดอยตอง....ก็ยืนสูงเด่นเป็นสง่าอยู่ตรงหน้า 

ใกล้กันก็มีเสาสะดือเมือง 108 หลัก ไม่รู้ครบ 108 หลักจิงอะป่าว ไม่ได้นับ เสานี่วัดขนาดจากฝ่าพระหัตถ์ในหลวงของเรามาสร้างเชียวนา....แถมพระองค์เสด็จมาเป็นประธานเปิดเองด้วย

นักท่องเที่ยวรู้จักกันมากพอสมควร.....ไปก็ถือว่าคุ้ม 

 

ทางขึ้น-ลง พระธาตุดอยทองอีกทาง........แม่ง...โคตรสูง.....มันจะให้ใครขึ้นฟะ.....ข้าพเจ้าคนนึงล่ะ..........

ขอบาย.......เจี๋ยว ~~

 หลังจากไปเที่ยววัดเสร็จก็ปั่นจักรยานมาตามป้ายห้าแยกพ่อขุนเม็งราย.......กะไปกราบนมัสการท่านสักหน่อย

ปรากฏว่า เค้ากะลังจัดงานปั่นจักรยานเทิดพระเกียรติวันพ่อ 5 ธันวา พอดี

 เราก็ไม่สนใจ.......ข้ามาตั้งไกล จากคอนหวัน....ขอข้าชักรูปพ่อขุนซักหน่อยเถอะ

พวกท่านๆ...คงนึกว่าเราเป็นนักข่าวกระมัง......แม่ง...ยืนเก็กท่าถ่ายรูปกันเต็มที่

หารู้ไม่......ว่าที่กรูต้องการน่ะ..........มันอันนี้

นี่งัย........อุเหม่.....ยิ้มแย้ม เก็กท่า เข้ากล้องกันทุกคน.......ไม่กล้าบอกเลยเรา....ว่ามิใช่นักข่าว.....

 

จักรยานแต่ละคัน ....ราคาเหยียบแสนนะเคอะ.........งานนี้ไม่ใช่ขี้ๆ 

แต่เทียบกะของเราสิ........................คนละชนชั้นจิงๆ..........เฮ่อ............

ข้างอนุเสาวรีย์พ่อขุน...มีร้านไอติมชื่อดัง......ร้านเจ ปิด....หึ.....ไม่ง้อว่อย......ได้อาหารโปรดแล้ว

ไง.......หิวดิ............ขอบอกว่า........รสชาติก็งั้นๆ แหละ สู้ติมตาแป๊ะแถวบ้านเค้าไม่ได้หรอก

หร่อยกว่าเยอะ ไม่เชื่อมาลองได้ อยู่แถววงเวียน อ.ตาคลี จ.นครสวรรค์ นะ หยุดวันอังคาร

แนะนำใส่เม็ดบัว ด้วย จะอร่อยมาก

 เดินทางตามเป้าหมายแล้ว...ก็แวะพักตากแอร์เย็นๆ ที่ห้างเล็กๆ หลังอนุเสาวรีย์ 

พอดีสายตาเหลือไปเห็นอะไรบางอย่าง เลยถ่ายมาให้ฮาเล่น

 หมดเวลาปั่น.....ใกล้ 6 โมงเย็น ร้านเช่าจักรยานจะปิด....จำต้องรีบเอาไปคืน   พอเอาไปคืนก็เดินเที่ยวต่อ

เพราะมีอีกวัดที่ยังไม่ได้ไป.......นั่นคือ วัดมิ่งเมือง

 อยู่ใกล้เซเว่น......กำแพงวัดจะสร้างเป็นรูปช้างหมอบ อยู่รอบๆ  ประวัติมีว่าเป็นวัดที่สร้างในนามเจ้าหญิงเมืองพม่า เมื่อ 200 กว่าปีก่อน และเป็นที่ๆ ขึ้นช้างของพระมหากษัตริย์ เวลาที่กษัตริย์จะขึ้น ช้างจะต้องก้มหมอบลงไปจึงจะขึ้นได้.....จึงเป็นที่มาอีกชื่อของวัด คือวัด "จ้างมูบ" หรือ "ช้างหมอบ" นั่นเอง

 พระพุทธรูปองค์ใหญ่ด้านหลัง อายุ 200 กว่าปี.....ของแท้ จำไม่ได้ว่าชื่ออะไร

 มีพระเจ้าทันใจ......ได้ชื่อมาจากการที่สร้างพระพุทธรูปองค์นี้ เสร็จได้ในวันเดียว (มัคทายกวัดว่ามา)

 บรรยากาศภายในทำจากไม้ฉลุลาย เคลือบสีทอง .............ช่างงดงามคลาสสิค จิงๆ

 ภายนอก....ก็งดงาม..............มีคนมาถ่ายรูปเยอะเหมือนกันนะ

(พอดีดันไปลบรูปที่โหลดเก็บไว้ ภาำพเลยหาย แถมอับบล็อคเต็มโควต้า......รูปหายโม๊ด..........แม่งไม่น่าลบรูปทิ้งเลย) 

 เดินทะลุซอยหน้าวัด....เจอมัสยิดด้วย......ประเทศไทยนี่ช่างเปิดกว้างดีแท้.......ชอบ ชอบ

 วันนี้อับแค่นี้ก่อนละกัน........รูปเจ๊งไปไฟล์นึงแล้ว....แก้ไขขนาดรูปแล้วดันบันทึกซ้ำเข้าไป

งานเข้าเลย...........รูปลดขนาดลงไปหม๊ด.....ให้ตายดิ้นเหอะ

ไปเที่ยวอย่างนี้แล้ว ก็อดคิดถึงนังชะนีึอึดไม่ได้

นี่ถ้ามันไปด้วย....คงมีเรื่องเปิ่นๆ ฮาๆ กว่านี้เยอะ.........เลยไม่ได้ถ่ายรูปตัวเองมั่งเลย.....ดูดิ

แต่ก็โอเค   มันบอกจะถ่ายรูปคอนเสริ์ตเถื่อนๆ มาฝาก..........อิจฉามันเหมือนกันนะเนี่ย

แกอ่ะ......................อิจฉาชั้นอะป่าว...............ฮุ......ฮุ.............. 

 

edit @ 16 Dec 2009 14:15:55 by Janey...Journey