เมื่อวันที่ 4-6 ธันวาที่ผ่านมา.....ข้าพเจ้าได้ไปแอ่วเจียงฮายมาเจ้า

 ขึ้นรถไปกะแบ้งค์เค้า.....นอนยาวตลอดคืน  มาถึงเชียงรายราวตี 4 ครึ่ง

อากาศแม่ง.....โค..ตะ..ระ...หนาว

ว่าแล้วก็ทำตามแผน......ฮุ...ฮุ

มากะแบ้งค์ก็จิง.....แต่ข้าชอบอะไรที่ convers ทางครายทางมัน

พวกคนแก่ก็เที่ยวกันไป ....ข้าพเจ้าขอทำอะไรที่มิเหมือนผู้ใดดูบ้าง

แบบว่าชอบอะไรที่ไม่เหมือนใคร......ไม่มีใครเหมือน.....และไม่มีใครอยากเหมือน

แวะกินข้าวเช้ารสจึดชึดที่โรงแรม (กินมังอยู่แหรกอะไรไม่ค่อยได้)

 

แผนแรกคือ....เข้าตัวเมืองเชียงราย....ว่าแล้วก็ขอติดรถน้องที่มีบ้านอยู่ในเมืองเข้าไปซะเลย

เป้าหมายแรก......คือร้านกาแฟเพื่อชีวิต....ฮุ...ฮุ ....แบบว่าเคยไปกินมาแล้วครั้งนึง

เลยติดใจอยากไปถ่ายรูปลงบล็อกซะหน่อย อ่ะ...ร้านนี้ ถ้าใครwant ฟังเพลงเพื่อชีวิต

ก็บอกเจ้าของร้านผมยาวได้.....ถ้าว่างเค้าจะจัดให้ตามคำขอ 

 อ้อ....เมนูแนะนำ กาแฟโบราณ...ไข่กะทะ...ขนมปังปิ้ง......ขอบอกว่าขายดีมาก ใครมาเชียงรายแล้ว

ไม่ได้มาลองก็เหมือนมามิถึงเน้อ

 กินเสร็จแผนต่อไปคือ ...เช่าจักรยานปั่นรอบเมือง..ระหว่างทางผ่านหอนาฬิกาที่ท่านอาจารย์เฉลิมชัยออกแบบด้วย.....งามแต้

 ร้านจักรยานเช่าอยู่แยกสลี....จำง่ายๆว่าข้างๆ ธนาคารกสิกร

ค่าเช่าจักรยาน 80 บาทตลอดวันชื่อร้าน แฟล็ทฟรี คร๊าบผม....อย่าลืมเอาใบขับขี่ไปแลกด้วยนร้า

หน้าตารถจักรยานที่เช่ามาออกสีเขียว ๆ ฟ้า ๆ ......ถ่ายไว้เป็นหลักฐาน กันหายซักหน่อย

ที่แรกที่พาเจ้าตานีมา (ชื่อจักรยาน) ก็คือที่

เสาหลักเมืองเจียงฮาย....จะว่าไปที่เชียงรายนี่เดินทางในเมืองค่อนข้างลำบาก

เพราะไม่มีชื่อถนนติดให้ดูซักเท่าไหร่......ที่เสาหลักเมืองนี่ก็ปั่นหลงมานะเนี่ย

เพิ่งรู้ตอนเดินรอบวัดแล้ว.....ว่าวัดนี้ชื่อ"วัดกลางเวียง".......แม่เจ้า

วัดกลางเวียง.....เข้าข้างในบ่ได้.....เสียใจ๋โตยเน้อ

 หลังจากที่ปั่นวนซ้ายผ่านตลอด.....มาเรื่อยๆ....ก็ชักผิดแผนซะแร้วเลยถามผู้คนแถวนั้น

โดยตั้งเป้าหมายคือวัดพระแก้ว.....พอดีอ่านมาจากเน็ท.....เค้าแนะนำให้มาเที่ยววัดนี้

ว่าแล้วก็ได้ความ..."อีน้องก็ตร้งไป๋ก่ะ เจอสี่แยกก็ตร้งไป๋...เจอสี่แยกอีกก็ตร้งไป๋...ผ่านสถานีตำรวจก็เลี้ยวซ้ายก่ะ"

.............................................

โอเช....ได้ความ กล่าวขอคุณ แล้วก็ปั่นต่อไป....ระหว่างทางเจอศาลากลางจังหวัดเดิมของจังหวัด

เลยแวะชักรูปหน่อย

 จากนั้นก็ปั่นต่อไปตามทางเรื่อยๆ อ่านจากเน็ทมันบอกว่าใกล้ๆ วัดพระแก้วมีร้านอาหารเจว่อย

ฮุ...ฮุ......รอดตายแน่แร้ว.....แต่ระหว่างทางก็เจอวัดพระสิงห์ซะก่อน..เห็นชื่อมันคุ้นๆ เลยแวะอีก

เข้าไปดูแล้วก็คุ้ม...ติด 9 วัดสำคัญ ของจังหวัดเชียงรายเชียว มีนักท่องเที่ยวเข้ามากันเยอะพอดู

ด้านในวัดพระสิงห์

ประตู......ช่างงามแต้...........

ที่มาของชื่อ.......วัดพระสิงห์

อ้าว!!!.....เวร..........ร้านเจ เจือกปิด!!!!

และแล้ว........ฮา..ฮ่า......ก็ถึงจนได้........เป้าหมายของเรา

..............."วัด...พระ....แก้ว"...................

 

สถานที่นี้..เดิมเป็นที่ตั้งของพระแก้วมรกต องค์เดียวกับที่อยู่วัดโพธิ์..กรุงเทพฯนั่นเอง

เค้าสร้างรูปจำลองขึ้นมาตั้งไว้ ณ ที่เดิมเพื่อฉลองศัรทธาประชาชน

 

ภายในสร้างเป็นแก้วสีเขียว...แสงลอดส่งประกายเข้ามา......โอ้ววววว.....ช่างงดงาม

 

ดอกไม้.............พอดียืมไอ้ขนอน (แคนนอน) ของน้องชายมา....รุ่นโปรเลยลองซะ

 แผนต่อไป......วัดงำเมือง......เห็นประวัติบอกว่าเป็นวัดที่เก็บกระดูกของพระเจ้าเม็งรายมหาราช

แน่นอน.....มันต้องสำมะคัญ.....ต้องไป...นึกว่าจะไกล....อยู่หลังวัดพระแก้วนั่นแหละขอรับ

เดินขึ้นเนินเขาทะลุประตูด้านหลังของโรงเรียนไปก็เจอทางขึ้นแล้ว

 

เดินขึ้นบันได หนึ่งหอบ....ก็ถึงขึ้นมาก็คุ้มค่า....เพราะได้มาไหว้ท่านพ่อขุนเม็งรายอย่างใกล้ชิด

ขอบอกว่า....คนเชียงรายบางคนยังไม่รู้จักวัดนี้เลย.....หึ...รู้สึกภูมิใจยังงัยไม่รู้ฮิ

สถูปเก็บกระดูกขอรับกระผม

 

ลองถ่ายเล่นๆ......งามดิ 

 

ตอนแรกนึกว่าเป็นเสาปูนครับ.....ที่ไหนได้.....ไม้ล้วนๆ ฝั่งละ 4 ต้น บันทึกเรื่องราวของพ่อขุนเม็งราย

 เป้าหมายต่อไป.............นมัสการพระธาตุดอยทอง

ถามคนแถวนั้น.."เอ่อ....ไม่ทราบพระธาตุดอยทองไปทางไหนคะ?? "

"พระต๊าดดอยต๋องนิ??"  ดอยตง ดอยตอง รายฟะ.........

"เอ่อ......ไม่ใช่ค่ะ...พระธาตุดอยทอง ค่ะ" 

"พระต๊าดดอยต๋อง......."  .........เอ้!!?? ...อีนี่....มันกวนอะป่าวเนี่ย ฟังภาษาไทยไม่รู้เรื่องงั๊ย

".......พระ ธาตุ ดอย ทอง  ......ค่ะ"    พยายามเน้นย้ำ 

 "ก็พระต๊าดดอยตองอ่ะก่ะ......ขึ้นบันได๋ด้านนี้..ก็ถึงแล้วเน้อ"

.........ก็....เข้าใจ.....ที่แท้....ไอ้ดอยตอง ดอยตอง นี่ก็  ดอยทอง นี่หว่า......แม่ง....โง่ตั้งนาน

อุปสรรคด้านภาษาจิงๆ

ว่าแล้วก็ขึ้นไป......ทางแม่ง ...โค..ตะ..ระ....น่ากลัว

 

 

และแล้ว....พระต๊าดดอยตอง....ก็ยืนสูงเด่นเป็นสง่าอยู่ตรงหน้า 

ใกล้กันก็มีเสาสะดือเมือง 108 หลัก ไม่รู้ครบ 108 หลักจิงอะป่าว ไม่ได้นับ เสานี่วัดขนาดจากฝ่าพระหัตถ์ในหลวงของเรามาสร้างเชียวนา....แถมพระองค์เสด็จมาเป็นประธานเปิดเองด้วย

นักท่องเที่ยวรู้จักกันมากพอสมควร.....ไปก็ถือว่าคุ้ม 

 

ทางขึ้น-ลง พระธาตุดอยทองอีกทาง........แม่ง...โคตรสูง.....มันจะให้ใครขึ้นฟะ.....ข้าพเจ้าคนนึงล่ะ..........

ขอบาย.......เจี๋ยว ~~

 หลังจากไปเที่ยววัดเสร็จก็ปั่นจักรยานมาตามป้ายห้าแยกพ่อขุนเม็งราย.......กะไปกราบนมัสการท่านสักหน่อย

ปรากฏว่า เค้ากะลังจัดงานปั่นจักรยานเทิดพระเกียรติวันพ่อ 5 ธันวา พอดี

 เราก็ไม่สนใจ.......ข้ามาตั้งไกล จากคอนหวัน....ขอข้าชักรูปพ่อขุนซักหน่อยเถอะ

พวกท่านๆ...คงนึกว่าเราเป็นนักข่าวกระมัง......แม่ง...ยืนเก็กท่าถ่ายรูปกันเต็มที่

หารู้ไม่......ว่าที่กรูต้องการน่ะ..........มันอันนี้

นี่งัย........อุเหม่.....ยิ้มแย้ม เก็กท่า เข้ากล้องกันทุกคน.......ไม่กล้าบอกเลยเรา....ว่ามิใช่นักข่าว.....

 

จักรยานแต่ละคัน ....ราคาเหยียบแสนนะเคอะ.........งานนี้ไม่ใช่ขี้ๆ 

แต่เทียบกะของเราสิ........................คนละชนชั้นจิงๆ..........เฮ่อ............

ข้างอนุเสาวรีย์พ่อขุน...มีร้านไอติมชื่อดัง......ร้านเจ ปิด....หึ.....ไม่ง้อว่อย......ได้อาหารโปรดแล้ว

ไง.......หิวดิ............ขอบอกว่า........รสชาติก็งั้นๆ แหละ สู้ติมตาแป๊ะแถวบ้านเค้าไม่ได้หรอก

หร่อยกว่าเยอะ ไม่เชื่อมาลองได้ อยู่แถววงเวียน อ.ตาคลี จ.นครสวรรค์ นะ หยุดวันอังคาร

แนะนำใส่เม็ดบัว ด้วย จะอร่อยมาก

 เดินทางตามเป้าหมายแล้ว...ก็แวะพักตากแอร์เย็นๆ ที่ห้างเล็กๆ หลังอนุเสาวรีย์ 

พอดีสายตาเหลือไปเห็นอะไรบางอย่าง เลยถ่ายมาให้ฮาเล่น

 หมดเวลาปั่น.....ใกล้ 6 โมงเย็น ร้านเช่าจักรยานจะปิด....จำต้องรีบเอาไปคืน   พอเอาไปคืนก็เดินเที่ยวต่อ

เพราะมีอีกวัดที่ยังไม่ได้ไป.......นั่นคือ วัดมิ่งเมือง

 อยู่ใกล้เซเว่น......กำแพงวัดจะสร้างเป็นรูปช้างหมอบ อยู่รอบๆ  ประวัติมีว่าเป็นวัดที่สร้างในนามเจ้าหญิงเมืองพม่า เมื่อ 200 กว่าปีก่อน และเป็นที่ๆ ขึ้นช้างของพระมหากษัตริย์ เวลาที่กษัตริย์จะขึ้น ช้างจะต้องก้มหมอบลงไปจึงจะขึ้นได้.....จึงเป็นที่มาอีกชื่อของวัด คือวัด "จ้างมูบ" หรือ "ช้างหมอบ" นั่นเอง

 พระพุทธรูปองค์ใหญ่ด้านหลัง อายุ 200 กว่าปี.....ของแท้ จำไม่ได้ว่าชื่ออะไร

 มีพระเจ้าทันใจ......ได้ชื่อมาจากการที่สร้างพระพุทธรูปองค์นี้ เสร็จได้ในวันเดียว (มัคทายกวัดว่ามา)

 บรรยากาศภายในทำจากไม้ฉลุลาย เคลือบสีทอง .............ช่างงดงามคลาสสิค จิงๆ

 ภายนอก....ก็งดงาม..............มีคนมาถ่ายรูปเยอะเหมือนกันนะ

(พอดีดันไปลบรูปที่โหลดเก็บไว้ ภาำพเลยหาย แถมอับบล็อคเต็มโควต้า......รูปหายโม๊ด..........แม่งไม่น่าลบรูปทิ้งเลย) 

 เดินทะลุซอยหน้าวัด....เจอมัสยิดด้วย......ประเทศไทยนี่ช่างเปิดกว้างดีแท้.......ชอบ ชอบ

 วันนี้อับแค่นี้ก่อนละกัน........รูปเจ๊งไปไฟล์นึงแล้ว....แก้ไขขนาดรูปแล้วดันบันทึกซ้ำเข้าไป

งานเข้าเลย...........รูปลดขนาดลงไปหม๊ด.....ให้ตายดิ้นเหอะ

ไปเที่ยวอย่างนี้แล้ว ก็อดคิดถึงนังชะนีึอึดไม่ได้

นี่ถ้ามันไปด้วย....คงมีเรื่องเปิ่นๆ ฮาๆ กว่านี้เยอะ.........เลยไม่ได้ถ่ายรูปตัวเองมั่งเลย.....ดูดิ

แต่ก็โอเค   มันบอกจะถ่ายรูปคอนเสริ์ตเถื่อนๆ มาฝาก..........อิจฉามันเหมือนกันนะเนี่ย

แกอ่ะ......................อิจฉาชั้นอะป่าว...............ฮุ......ฮุ.............. 

 

edit @ 16 Dec 2009 14:15:55 by Janey...Journey

น้องเป็งคราย.....???

posted on 04 Dec 2009 16:27 by janeylove

วันนี้(4 ธ.ค.) ธกส.เขาจะไปเที่ยวเชียงรายกัน ระหว่างรอเวลาก็ขอแว๊บมาอัพบล็อคก่อน

เอาคนอื่นมาเผาแล้ว...คราวนี้ถึงคราวตัวเองมั่งละกัน

เรื่องมีอยู่ว่า

 มีครั้งหนึ่งครอบครัวตัวจอ ของเรามีจิตใจเลื่อมใสศรัทธาในพระพุทธศาสนาเป็นที่ยิ่ง

ครั้นมีการจัดทอดกฐินสามัคคีที่ต่างจังหวัด ก็เลยเข้าร่วมกะเขาด้วย

ล้อหมุนประมาณทุ่มนึง ไปทางเชียงใหม่ กว่าจะถึงก็ประมาณเกือบเช้า

ระหว่างทางรถโดยสาร (หลายคัน) ก็พากันแวะพักที่ปั๊มข้างทาง

เพื่อให้ผู้โดยสารได้ดื่มน้ำ ปัสสาวะ แล อึ๊ กันอย่างเต็มที่

พี่สาวก็ปลุก...."อีเจง ...ตื่นได้แล้ว ........เข้าห้องน้ำเร็ว...เดี๋ยวเขาไม่จอดให้แล้วนะ"

เราก็เดินลงไปเข้าห้องน้ำอย่างงัวเงีย

.........................................

ซักพักก็เดินกลับมานั่งบนรถเหมือนเดิม

นั่งแช่ไปซักพัก..ก็มีเสียงทักขึ้นมา

"......เอ่อ......ไม่ทราบว่า...น้องเป็นครายอ่ะคะ.?????"

...........เอ....อีนี่มังครายวะ..ถามกวนโอ้ย..........

" พอดี ตรงนี้....ที่พี่ค่ะ"

.........!!!!...เอ้า!! กรูจำได้ว่า กรูนั่งตรงนี้นี่ฝ่า...???

"....น้อง....ขึ้นผิดคันรึ๊เปล่าคะ????"

 

เท่านั้นแหละ ....งานเข้าเลยตรู

 

นี่ดีนะที่คุณเธอเขาทัก

ไม่งั้นป่านฉะนี้ไม่รู้ข้าพเจ้าจะไปอยู่ ณ แห่งหนใด

รีบสะบัดตูดลงมาจากรถโดยพลัน

ขึ้นไปดูแม่งทุกคัน ....เพราะกรูจำบ่ได้ว่าคันไหน....เหมือนกันไปหมด

ตอนลงจากรถ ไม่ได้หันไปมองเลย........

สุดท้ายก็เจอมัน....อีนังจ้อย......แม่งไม่รอกรู

"..มึงหายไปไหนมา อีเจง....รู้มั้ยเขาตามหามรึงกันแทบแย่"

...............................................

มึงไม่มีทางรู้หรอกว่ากรูหายไปไหน

...........ให้ตายดิ้นยังไงกรูก็มิบอก..............

เดี๋ยวมรึงจะฮา.....................................

ตั้งแต่นั้นมา.......ถ้ารถจอดแวะปั๊มเมื่อใด

ข้าพเจ้ามิมีทางลืมที่จะหันไปดูหน้าตาของรถที่ขึ้นมา

 

ไม่มีลืม...............แน่นอน

 วันนี้ที่จะไปเที่ยวเชียงรายก็เช่นกัน..........ไม่ลืม

ฟันธง

 

 

กระสือ......บรื้อ!!....

posted on 09 Nov 2009 14:48 by janeylove

กาลครั้งหนึ่ง......อีกแล้ว

คราวนี้ขอเอาพี่สาวมาเผาละกัน

จำได้ว่าตอนเด็กๆ มีอยู่วันหนึ่ง

เรากะลังรอขึ้นรถโรงเรียนกันอยู่

ทันใดนั้น.......นังจ้อย  พี่สาวของเราเกิดปวดอุนจิขึ้นมา!!??

"E-เจง ....กรูไปอึ๊ก่อนนะ......ถ้ารถมาบอกให้รอกรูด้วย"

"เออๆ......ได้ๆ"

มันก็รีบตรงดิ่งไปที่ห้องน้ำ

สบัดกระโปรงปล่อย "พรวด!!!" ทันที

"เฮ้อ.......โล่ง......ค่อยยังชั่ว......"

เดี๋ยวรีบล้างตรูดดีก่า .....เดี๋ยวมิทันรถ

ในขณะที่ก้มลงไปจะราดนั่นเอง(ส้วมซึมครับผม)

........!!!!!!!!!..............

เฮ้ย!!!!!  เห่ย์แล้ว........

ขี้หายไปหนายฟะ???!!!

..............................

แม่งแล้ว........สงสัย......

...."กระสือ........ผีกระสือ แน่ๆ เลย"

จำได้ว่าตอนเด็กๆ  อาเคยเล่าให้ฟัง

กระสือมันจะยื่นมือออกมาจากคอห่านล้วงเอาขี้ไปกิน

 ใช่แล้ว......มันต้องเป็น "กระสือ"...แน่ๆ แล้ว

เห่ย์แล้วไหมล่ะ.........เจอดีแต่เช้า

รีบล้างตรูดรีบไปดีก่า......แม่งน่ากลัวชิบ

ว่าแล้วมันก็ล้างตรูดทันที

แล้วก้อลุกขึ้นพรวด

 

...........แผละ.............

 

เสียง..............ไรฟะ??

 

พอมันมองไปตามเสียง

 

.........ขี้...........

มันล่วงกองลงกับพื้น.................

.........ขี้มันเองและขอรับ

มิใช่ของผู้ใด.............

มาคาอยู่ที่กระโปรงนักเรียน

..................................

 จบครับผม

 

 

 

 

edit @ 10 Nov 2009 15:30:19 by Janey...Journey