แอ่วเจียงฮายมาเจ้า....ฮุ..ฮุ....
posted on 15 Dec 2009 16:33 by janeyloveเมื่อวันที่ 4-6 ธันวาที่ผ่านมา.....ข้าพเจ้าได้ไปแอ่วเจียงฮายมาเจ้า
ขึ้นรถไปกะแบ้งค์เค้า.....นอนยาวตลอดคืน มาถึงเชียงรายราวตี 4 ครึ่ง
อากาศแม่ง.....โค..ตะ..ระ...หนาว
ว่าแล้วก็ทำตามแผน......ฮุ...ฮุ
มากะแบ้งค์ก็จิง.....แต่ข้าชอบอะไรที่ convers ทางครายทางมัน
พวกคนแก่ก็เที่ยวกันไป ....ข้าพเจ้าขอทำอะไรที่มิเหมือนผู้ใดดูบ้าง
แบบว่าชอบอะไรที่ไม่เหมือนใคร......ไม่มีใครเหมือน.....และไม่มีใครอยากเหมือน
แวะกินข้าวเช้ารสจึดชึดที่โรงแรม (กินมังอยู่แหรกอะไรไม่ค่อยได้)

แผนแรกคือ....เข้าตัวเมืองเชียงราย....ว่าแล้วก็ขอติดรถน้องที่มีบ้านอยู่ในเมืองเข้าไปซะเลย
เป้าหมายแรก......คือร้านกาแฟเพื่อชีวิต....ฮุ...ฮุ ....แบบว่าเคยไปกินมาแล้วครั้งนึง
เลยติดใจอยากไปถ่ายรูปลงบล็อกซะหน่อย อ่ะ...ร้านนี้ ถ้าใครwant ฟังเพลงเพื่อชีวิต
ก็บอกเจ้าของร้านผมยาวได้.....ถ้าว่างเค้าจะจัดให้ตามคำขอ


อ้อ....เมนูแนะนำ กาแฟโบราณ...ไข่กะทะ...ขนมปังปิ้ง......ขอบอกว่าขายดีมาก ใครมาเชียงรายแล้ว
ไม่ได้มาลองก็เหมือนมามิถึงเน้อ

กินเสร็จแผนต่อไปคือ ...เช่าจักรยานปั่นรอบเมือง..ระหว่างทางผ่านหอนาฬิกาที่ท่านอาจารย์เฉลิมชัยออกแบบด้วย.....งามแต้

ร้านจักรยานเช่าอยู่แยกสลี....จำง่ายๆว่าข้างๆ ธนาคารกสิกร
ค่าเช่าจักรยาน 80 บาทตลอดวันชื่อร้าน แฟล็ทฟรี คร๊าบผม....อย่าลืมเอาใบขับขี่ไปแลกด้วยนร้า
หน้าตารถจักรยานที่เช่ามาออกสีเขียว ๆ ฟ้า ๆ ......ถ่ายไว้เป็นหลักฐาน กันหายซักหน่อย
ที่แรกที่พาเจ้าตานีมา (ชื่อจักรยาน) ก็คือที่
เสาหลักเมืองเจียงฮาย....จะว่าไปที่เชียงรายนี่เดินทางในเมืองค่อนข้างลำบาก
เพราะไม่มีชื่อถนนติดให้ดูซักเท่าไหร่......ที่เสาหลักเมืองนี่ก็ปั่นหลงมานะเนี่ย
เพิ่งรู้ตอนเดินรอบวัดแล้ว.....ว่าวัดนี้ชื่อ"วัดกลางเวียง".......แม่เจ้า
วัดกลางเวียง.....เข้าข้างในบ่ได้.....เสียใจ๋โตยเน้อ
หลังจากที่ปั่นวนซ้ายผ่านตลอด.....มาเรื่อยๆ....ก็ชักผิดแผนซะแร้วเลยถามผู้คนแถวนั้น
โดยตั้งเป้าหมายคือวัดพระแก้ว.....พอดีอ่านมาจากเน็ท.....เค้าแนะนำให้มาเที่ยววัดนี้
ว่าแล้วก็ได้ความ..."อีน้องก็ตร้งไป๋ก่ะ เจอสี่แยกก็ตร้งไป๋...เจอสี่แยกอีกก็ตร้งไป๋...ผ่านสถานีตำรวจก็เลี้ยวซ้ายก่ะ"
.............................................
โอเช....ได้ความ กล่าวขอคุณ แล้วก็ปั่นต่อไป....ระหว่างทางเจอศาลากลางจังหวัดเดิมของจังหวัด
เลยแวะชักรูปหน่อย

จากนั้นก็ปั่นต่อไปตามทางเรื่อยๆ อ่านจากเน็ทมันบอกว่าใกล้ๆ วัดพระแก้วมีร้านอาหารเจว่อย
ฮุ...ฮุ......รอดตายแน่แร้ว.....แต่ระหว่างทางก็เจอวัดพระสิงห์ซะก่อน..เห็นชื่อมันคุ้นๆ เลยแวะอีก

เข้าไปดูแล้วก็คุ้ม...ติด 9 วัดสำคัญ ของจังหวัดเชียงรายเชียว มีนักท่องเที่ยวเข้ามากันเยอะพอดู

ด้านในวัดพระสิงห์

ประตู......ช่างงามแต้...........

ที่มาของชื่อ.......วัดพระสิงห์

อ้าว!!!.....เวร..........ร้านเจ เจือกปิด!!!!
และแล้ว........ฮา..ฮ่า......ก็ถึงจนได้........เป้าหมายของเรา
..............."วัด...พระ....แก้ว"...................
สถานที่นี้..เดิมเป็นที่ตั้งของพระแก้วมรกต องค์เดียวกับที่อยู่วัดโพธิ์..กรุงเทพฯนั่นเอง
เค้าสร้างรูปจำลองขึ้นมาตั้งไว้ ณ ที่เดิมเพื่อฉลองศัรทธาประชาชน


ภายในสร้างเป็นแก้วสีเขียว...แสงลอดส่งประกายเข้ามา......โอ้ววววว.....ช่างงดงาม

ดอกไม้.............พอดียืมไอ้ขนอน (แคนนอน) ของน้องชายมา....รุ่นโปรเลยลองซะ
แผนต่อไป......วัดงำเมือง......เห็นประวัติบอกว่าเป็นวัดที่เก็บกระดูกของพระเจ้าเม็งรายมหาราช
แน่นอน.....มันต้องสำมะคัญ.....ต้องไป...นึกว่าจะไกล....อยู่หลังวัดพระแก้วนั่นแหละขอรับ
เดินขึ้นเนินเขาทะลุประตูด้านหลังของโรงเรียนไปก็เจอทางขึ้นแล้ว


เดินขึ้นบันได หนึ่งหอบ....ก็ถึงขึ้นมาก็คุ้มค่า....เพราะได้มาไหว้ท่านพ่อขุนเม็งรายอย่างใกล้ชิด
ขอบอกว่า....คนเชียงรายบางคนยังไม่รู้จักวัดนี้เลย.....หึ...รู้สึกภูมิใจยังงัยไม่รู้ฮิ


สถูปเก็บกระดูกขอรับกระผม

ลองถ่ายเล่นๆ......งามดิ
ตอนแรกนึกว่าเป็นเสาปูนครับ.....ที่ไหนได้.....ไม้ล้วนๆ ฝั่งละ 4 ต้น บันทึกเรื่องราวของพ่อขุนเม็งราย
เป้าหมายต่อไป.............นมัสการพระธาตุดอยทอง
ถามคนแถวนั้น.."เอ่อ....ไม่ทราบพระธาตุดอยทองไปทางไหนคะ?? "
"พระต๊าดดอยต๋องนิ??" ดอยตง ดอยตอง รายฟะ.........
"เอ่อ......ไม่ใช่ค่ะ...พระธาตุดอยทอง ค่ะ"
"พระต๊าดดอยต๋อง......." .........เอ้!!?? ...อีนี่....มันกวนอะป่าวเนี่ย ฟังภาษาไทยไม่รู้เรื่องงั๊ย
".......พระ ธาตุ ดอย ทอง ......ค่ะ" พยายามเน้นย้ำ
"ก็พระต๊าดดอยตองอ่ะก่ะ......ขึ้นบันได๋ด้านนี้..ก็ถึงแล้วเน้อ"
.........ก็....เข้าใจ.....ที่แท้....ไอ้ดอยตอง ดอยตอง นี่ก็ ดอยทอง นี่หว่า......แม่ง....โง่ตั้งนาน
อุปสรรคด้านภาษาจิงๆ
ว่าแล้วก็ขึ้นไป......ทางแม่ง ...โค..ตะ..ระ....น่ากลัว

และแล้ว....พระต๊าดดอยตอง....ก็ยืนสูงเด่นเป็นสง่าอยู่ตรงหน้า

ใกล้กันก็มีเสาสะดือเมือง 108 หลัก ไม่รู้ครบ 108 หลักจิงอะป่าว ไม่ได้นับ เสานี่วัดขนาดจากฝ่าพระหัตถ์ในหลวงของเรามาสร้างเชียวนา....แถมพระองค์เสด็จมาเป็นประธานเปิดเองด้วย
นักท่องเที่ยวรู้จักกันมากพอสมควร.....ไปก็ถือว่าคุ้ม
ทางขึ้น-ลง พระธาตุดอยทองอีกทาง........แม่ง...โคตรสูง.....มันจะให้ใครขึ้นฟะ.....ข้าพเจ้าคนนึงล่ะ..........
ขอบาย.......เจี๋ยว ~~
หลังจากไปเที่ยววัดเสร็จก็ปั่นจักรยานมาตามป้ายห้าแยกพ่อขุนเม็งราย.......กะไปกราบนมัสการท่านสักหน่อย
ปรากฏว่า เค้ากะลังจัดงานปั่นจักรยานเทิดพระเกียรติวันพ่อ 5 ธันวา พอดี

เราก็ไม่สนใจ.......ข้ามาตั้งไกล จากคอนหวัน....ขอข้าชักรูปพ่อขุนซักหน่อยเถอะ

พวกท่านๆ...คงนึกว่าเราเป็นนักข่าวกระมัง......แม่ง...ยืนเก็กท่าถ่ายรูปกันเต็มที่
หารู้ไม่......ว่าที่กรูต้องการน่ะ..........มันอันนี้
นี่งัย........อุเหม่.....ยิ้มแย้ม เก็กท่า เข้ากล้องกันทุกคน.......ไม่กล้าบอกเลยเรา....ว่ามิใช่นักข่าว.....
จักรยานแต่ละคัน ....ราคาเหยียบแสนนะเคอะ.........งานนี้ไม่ใช่ขี้ๆ

แต่เทียบกะของเราสิ........................คนละชนชั้นจิงๆ..........เฮ่อ............

ข้างอนุเสาวรีย์พ่อขุน...มีร้านไอติมชื่อดัง......ร้านเจ ปิด....หึ.....ไม่ง้อว่อย......ได้อาหารโปรดแล้ว


ไง.......หิวดิ............ขอบอกว่า........รสชาติก็งั้นๆ แหละ สู้ติมตาแป๊ะแถวบ้านเค้าไม่ได้หรอก
หร่อยกว่าเยอะ ไม่เชื่อมาลองได้ อยู่แถววงเวียน อ.ตาคลี จ.นครสวรรค์ นะ หยุดวันอังคาร
แนะนำใส่เม็ดบัว ด้วย จะอร่อยมาก
เดินทางตามเป้าหมายแล้ว...ก็แวะพักตากแอร์เย็นๆ ที่ห้างเล็กๆ หลังอนุเสาวรีย์
พอดีสายตาเหลือไปเห็นอะไรบางอย่าง เลยถ่ายมาให้ฮาเล่น

หมดเวลาปั่น.....ใกล้ 6 โมงเย็น ร้านเช่าจักรยานจะปิด....จำต้องรีบเอาไปคืน พอเอาไปคืนก็เดินเที่ยวต่อ
เพราะมีอีกวัดที่ยังไม่ได้ไป.......นั่นคือ วัดมิ่งเมือง
อยู่ใกล้เซเว่น......กำแพงวัดจะสร้างเป็นรูปช้างหมอบ อยู่รอบๆ ประวัติมีว่าเป็นวัดที่สร้างในนามเจ้าหญิงเมืองพม่า เมื่อ 200 กว่าปีก่อน และเป็นที่ๆ ขึ้นช้างของพระมหากษัตริย์ เวลาที่กษัตริย์จะขึ้น ช้างจะต้องก้มหมอบลงไปจึงจะขึ้นได้.....จึงเป็นที่มาอีกชื่อของวัด คือวัด "จ้างมูบ" หรือ "ช้างหมอบ" นั่นเอง
พระพุทธรูปองค์ใหญ่ด้านหลัง อายุ 200 กว่าปี.....ของแท้ จำไม่ได้ว่าชื่ออะไร
มีพระเจ้าทันใจ......ได้ชื่อมาจากการที่สร้างพระพุทธรูปองค์นี้ เสร็จได้ในวันเดียว (มัคทายกวัดว่ามา)
บรรยากาศภายในทำจากไม้ฉลุลาย เคลือบสีทอง .............ช่างงดงามคลาสสิค จิงๆ
ภายนอก....ก็งดงาม..............มีคนมาถ่ายรูปเยอะเหมือนกันนะ
(พอดีดันไปลบรูปที่โหลดเก็บไว้ ภาำพเลยหาย แถมอับบล็อคเต็มโควต้า......รูปหายโม๊ด..........แม่งไม่น่าลบรูปทิ้งเลย)
เดินทะลุซอยหน้าวัด....เจอมัสยิดด้วย......ประเทศไทยนี่ช่างเปิดกว้างดีแท้.......ชอบ ชอบ
วันนี้อับแค่นี้ก่อนละกัน........รูปเจ๊งไปไฟล์นึงแล้ว....แก้ไขขนาดรูปแล้วดันบันทึกซ้ำเข้าไป
งานเข้าเลย...........รูปลดขนาดลงไปหม๊ด.....ให้ตายดิ้นเหอะ
ไปเที่ยวอย่างนี้แล้ว ก็อดคิดถึงนังชะนีึอึดไม่ได้
นี่ถ้ามันไปด้วย....คงมีเรื่องเปิ่นๆ ฮาๆ กว่านี้เยอะ.........เลยไม่ได้ถ่ายรูปตัวเองมั่งเลย.....ดูดิ
แต่ก็โอเค มันบอกจะถ่ายรูปคอนเสริ์ตเถื่อนๆ มาฝาก..........อิจฉามันเหมือนกันนะเนี่ย
แกอ่ะ......................อิจฉาชั้นอะป่าว...............ฮุ......ฮุ..............
edit @ 16 Dec 2009 14:15:55 by Janey...Journey
......